มุมสัทธาชาวพุทธ

เข้าสู่ระบบ



ผู้เยี่ยมชมขณะนี้

เรามี 2 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
ภูมิภพกำเนิด : ผลของบาปบุญคุณโทษ
ภูมิภพกำเนิด : ผลของบาปบุญคุณโทษ PDF พิมพ์ อีเมล

                  วัฏสงสารหรือการเวียนว่ายตายเกิดตามคำสอนของพระพุทธองค์หรือตัวทุกข์ในอริยสัจ 4 ซึ่งเราชาวพุทธมักจะหมกมุ่นอยู่กับภพปัจจุบันของตนเองว่ามีความสุขสะดวกสบายมากน้อยเพียงใด และจะมีใครสักกี่ฅนที่จะคำนึงว่าตัวของเราเองนั้นก่อนเกิดอยู่ที่ไหนและตายแล้วจะไปอยู่ที่ใด แม้ว่าปุถุชนหรือฅนส่วนใหญ่จะไม่รู้คำตอบนี้เว้นแต่อริยะชนเท่านั้นจึงจะทราบได้เพราะญาณสมาบัติหรือผลของการบรรลุธรรมที่ตนเองปฏิบัติดีปฏิบัติชอบครบถ้วนสมบูรณ์แล้วแต่หากเราได้รู้ว่า “ภูมิภพกำเนิด”คืออะไรบ้างและเป็นผลของบาปบุญคุณโทษที่ตนเองกระทำอยู่ในชาตินี้ ก็จะเป็นเครื่องเตือนสติของตนเองเพื่อให้กระทำบาปลดน้อยลงหรือเป็นตัวช่วยในการลดโลภ โกธร หลง ของตนเอง วัฎสงสารนี้คือการท่องวนเวียนตามผลบาปบุญวนเวียนไปใน “ภพ 3 กำเนิด 4 คติ 5 วิญญาณฐิติ 7 สัตตาวาส 9 และภูมิ 31” ซึ่งผู้เขียนได้สรุปความหมายของคำเหล่านี้ไว้ในหนังสือ “ฅนคืออะไร...” เล่มที่ 2 แล้ว ในครั้งนี้จะขยายความของ “ภูมิ 31”ดังนี้  “เหฏฐิมสังสาระ”   คือภูมิเบื่องต่ำหรืออบายภูมิทั้ง 4 เท่ากับภูมิที่1ถึงภูมิที่ 4 หรือคือเปรตคติและดิรัจฉานคติในคติภพ อันเป็นที่อยู่ของเปรต อสุรกาย สัตว์นรกและสัตว์ดิรัจฉานโดยจากกรรมนิมิตจะส่งผลไปยังคตินิมิตคือที่อยู่ในภูมินั้นๆ ฅนเรานั้นหลายคนอาจจะอยากรู้ว่าความรู้สึกของตนเองใกล้ตายคืออะไร เมื่อฅนใกล้จะตายทวารทั้ง 5 คือจักขุทวาร โสตทวาร ฆานทวาร ชิวหาทวารและกายทวารย่อมดับก่อนทำให้ตาไม่เห็น หูไม่ได้ยิน จมูกไม่รู้กลิ่น ลิ้นไม่รู้รสและกายตั้งแต่เบื้องบนตลอดถึงเบื้องล่างคือจากหัวถึงคอตลอดแขนขาท้องเท้าจะหมดความรู้สึกชาไปตลอดร่างกายเว้นแต่มโนทวารหรือใจเท่านั้นที่จะมีความรู้สึกต่างๆโดยจะเริ่มระลึกถึงการกระทำของตนเองในอดีตเป็นภาพที่ชัดเจนสดใสในใจว่าเคยกระทำผิดคิดชั่วเช่นลักขโมย ปล้นฆ่า ผิดลูกผิดเมียผู้อื่น ข่มขืนกระทำชำเราแม้จะแลกด้วยเงินก็ตาม หลอกลวงผู้คนให้หลงผิดกระทำชั่ว กระทำทุจริตคดโกงเงินผู้อื่นรวมถึงการกินตามน้ำที่แพร่หลายในขณะนี้ การซื้อขายทุจริตมิชอบการซื้อขายเสียงทั้งผู้ให้และผู้รับเป็นการกระทำผิดทั้งสิ้น การกระทำเหล่านี้คือความโลภโกธรหลงและเป็นความผิดหนักเบาแตกต่างกัน ในขณะเดียวกันผลบุญที่เคยทำไว้ในอดีตก็จะปรากฏในมโนทวารด้วยเช่นกันดังจะเห็นว่าเมื่อฅนที่ใกล้จะตายแล้วญาติพี่น้องก็จะนิมนต์พระมาโปรดเพื่อให้ฅนที่ใกล้ตายนั้นจำภาพพระครั้งสุดท้ายติดตัวในมโนทวารตามไปด้วยแต่บุญกับบาปนี้จะส่งผลกรรมให้ฅนนั้นมากน้อยเพียงใด ฅนที่ใกล้จะตายนั้นจะเริ่มรับรู้ว่าบุญหรือบาปใดจะมีภาพชัดกว่ากัน ถ้ากรรมนิมิตเป็นการลักขโมย ประพฤติผิดในกามอันเกิดจากความโลภ ตัณหาและราคะ แล้วจะมี “คตินิมิตในภูมิของเปรตอสุรกายหรือภูมิที่1หรือ2”คือนิมิตเป็นโคลนตมเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกโสมมริมแม่น้ำชายคลองทำให้เป็นสะพานส่งให้จิตปฏิสนธิเข้าไปในภูมินี้ เมื่อกายปัจจุบันและจุติจิตดับลงก็จะปฏิสนธิในภูมินี้ทันที  กรรมนิมิตสำหรับส่งคตินิมิตไปยังภูมินรกเท่ากับภูมิที่ 3 ซึ่งตนเองจะถูกไฟหรืออาวุธทิ่มแทงทนทุกข์เวทนาแสนสาหัสจนกว่าจะหมดอายุขัยของวิบากกรรมนั้นคือการฆ่าสัตว์ ฆ่าฅน การคิดพยาบาทปองร้ายอันเกิดจากโทสะรวมถึงการทุจริตคดโกงแล้วจะปฏิสนธิจิตในภูมิแห่งนรกนี้ทันที กรรมนิมิตอันเกิดแก่การกระทำด้วนโมหะหรือความหลง ความเผลอ การไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ การพูคจาเพ้อเจ้อการไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษเมื่อใกล้ตายจะเห็นป่าหรือเห็นสัตว์ดิรัจฉานเมื่อตายแล้วจะไปอยู่ในภูมิที่4คือดิรัจฉานที่ตนเองเห็นภาพไว้ก่อนตายนั้น
                  มิชฌิมสังสาระ หรือกลุ่มภูมิชั้นกลางตั้งแต่ชั้นที่ 5 ถึงชั้น 11 รวม 7 ชั้น กรรมนิมิตของผู้ใกล้จะตายในชั้นนี้นั้นเป็นกุศลกรรมอยู่ในเบญจศีล เบญจธรรมหรือกระทำกุศลกรรมบถ 10 จึงเห็นภาพการกระทำกุศลกรรมนั้นๆเพราะสาเหตุของการไม่โลภ ไม่โกธรและไม่หลงทำให้เห็นคตินิมิตเป็นครรภ์มารดา อาคาร บ้านเรือนเมื่อจุติดับลงแล้วก็เป็นปัจจัยให้เกิดในภูมิแห่งมนุษย์คือภูมิชั้นที่ 5 หากบุคคลใดกระทำการสิ่งใดด้วยจิตที่มีความละอายต่อบาปและเกรงกลัวต่อบาปคือหิริโอตตัปปะและเป็นการกระทำด้วยกายสุจริต มโนสุจริต วจีสุจริต ตั้งอยู่ในธรรมขาว จิตระงับและปราศจากโลภโกธรหลงที่เป็นสาเหตุแห่งการกระทำนั้นๆและเป็นผู้กระทำแต่ทานกุศล เช่นแจกทานฅนยากจนอนาถา ใส่บาตรถวายอาหารไตรจีวรแก่พระภิกษุสงฆ์ สร้างกุฎี วิหาร เสนาสนะศาลาวัด สร้างอาคารสาธารณะกุศลให้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนร่วมโลกจึงเป็นเหตุให้เห็นภาพกรรมนิมิตเป็นภาพที่ตนเองเคยกระทำนั้นๆเมื่อใกล้จะตายซึ่งเป็นปัจจัยให้เกิดคตินิมิตเป็นเทวดาหรือเครื่องทรงเทวดาหรือวิมานทิพย์เมื่อจิตจุติดับแล้วก็จะปฏิสนธิจิตในเทวภูมิชั้นใดชั้นหนึ่งตามกำลังของกุศลกรรมนั้นใน 6ชั้นเริ่มตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกา ชั้นดาวดึงสา ชั้นยามา ชั้นดุสิตาและชั้นนิมารดีหรือชั้นปรนิมมิตวสวัสดี อายุอย่างต่ำ 500ปีทิพย์(มากกว่าปีมนุษย์หลายเท่าพันทวี)อย่างสูง 8,000ปีทิพย์ จนกว่าจะสิ้นวิบากกรรมนั้นๆ
                  อุปริมสังสาระ หรือพรหมภูมิ 20 ชั้นตั้งแต่ชั้น 12 ถึงชั้นที่ 31  เป็นรูปภูมิ 16 และอรูปภูมิ 4 ผู้ใกล้จะตายจะปรากฏกรรมนิมิตเป็นกุศลกรรมใหญ่เรียกว่ามหัคคตกุศลได้แก่รูปาวจรกุศลและอรูปาวจรกุศล โดยกระทำกรรมฐาน 40 เป็นอารมณ์หรือก็คือผู้ปฏิบัติกรรมฐานอย่างจริงจังและสมบูรณ์ ถ้าได้อรูปฌานกรรมฐาน4 เป็นอารมณ์คือมีอุเบกขาเอกัคคตาอันเป็นองค์ของปัญจมฌานก็จะเป็นปัจจัยให้เกิดคตินิมิตเป็นภูมิของอรูปพรหม ถ้าผู้ใดได้รูปกรรมฐานเป็นอารมณ์คือกรรมฐาน 36(เว้นอรูปกรรมฐาน 4)อุเบกขาเอกัคคตาอันเป็นองค์ฌานเข้าประกอบก็จะเป็นปัจจัยให้เกิดคตินิมิตเป็นภูมิของอรูปพรหมของปัญจมฌานภูมิ โดยถ้าสุข เอกัคคตาเป็นองค์ฌานเข้าประกอบก็จะเป็นปัจจัยให้เกิดคตินิมิตเป็นจตุตถฌานภูมิ ถ้ากรณีปิติสุข เอกัคคตาเป็นองค์ฌานเข้าประกอบก็จะเป็นปัจจัยให้เกิดคตินิมิตเป็นตติยฌานภูมิ ถ้ากรณีวิจารปิติสุข เอกัคคตาเป็นองค์ฌานเข้าประกอบก็จะเป็นปัจจัยให้เกิดคตินิมิตเป็นทุติยฌานภูมิ ถ้ากรณี วิตก วิจาร ปิติสุข เอกัคคตาเป็นองค์ฌานเข้าประกอบก็จะเป็นปัจจัยให้เกิดคตินิมิตเป็นปฐมฌานภูมิ เมื่อจุติดับแล้วจะปฏิสนธิในภูมิเหล่านี้
   ปฐมฌานภูมิ เป็นพรหมภูมิ 3 ชั้นคือ พรหมปาริสัชชา พรหมปุโรหิตา และมหาพรหมา
   ทุติยฌานภูมิ เป็นพรหมภูมิ 3 ชั้น คือ พรหมปาริตาภา พรหมอัปมาณาภา และอาภัสสรา
   ตติยฌานภูมิ เป็นพรหมภูมิ 3 ชั้น คือ พรหมปาริสุภา พรหมอัปมาณาสุภา และสุภกิณณา
   จตุตถฌานภูมิ เป็นพรหมภูมิ 2 ชั้นคือ เวหัปผลา  อสัญญสัตตา(เฉพาะปุถุชน)
   จตุตถฌานภูมิ ของพระอริยะเป็นพรหมภูมิ 5 ชั้น คือ อวิหา อตัปปา สุทัสสา สุทัสสิ อกนิษฐ์
                   ปัญจฌานภูมิพรหมอรูปภูมิ 5 ชั้น อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ,เนวสัญญานาสัญญายตนะ
 การอยู่ในพรหมภูมินี้ อายุยืนนานประมาณอย่างต่ำ 1 ใน3 มหากัปและอย่างสูง 84,000 มหากัป เมื่อสิ้นวิบากเป็นมหัคคตวิบากแล้วจะปฏิสนธิในเทวภูมิหรือมนุษย์ภูมิอีกแต่ไม่ตกไปอยู่ในอบายภูมิเว้นแต่กระทำบาปหยาบช้าด้วยกายทุจริต วจีทุจริตและมโนทุจริต ก็จะตกไปในอบายภูมิเมื่อพ้นวิบากกรรมแล้วจะเวียนมาปฏิสนธิในมนุษย์ภูมิวนเวียนกัน
                  “อกาลมรณ” คือการตายในกาลอันบ่มิควรจะพึงตาย สัตว์ทั้งหลายอันโบราณกรรมได้ติดตามมาทัน หรือสัตว์ที่ถูกผู้อื่นฆ่าตายด้วยศาสตราวุธหรืออกุศลดลจิตให้ประหารชีวิตแห่งตนด้วยตนเอง ก็จะลงไปไหม้อยู่ในช่องอเวจีนรก       
                  การจุติดับจากภูมิหนึ่งและไปอยู่อีกภูมิหนึ่งขึ้นอยู่กับผลของบาปและบุญที่ตนเองได้กระทำขึ้นเองทั้งนั้นแล้วท่านได้ทบทวนตนเองหรือไม่ว่าตนเองได้กระทำอะไรไว้บ้างและผลจะเกิดขึ้นภายหลังจากความตายจะควรไปอยู่ในภพภูมิใด หากต้องตกไปอยู่ในภูมิชั้นต่ำคือชั้น1-4 แล้ว ท่านจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นหรือ? ซึ่งท่านสามารถปฏิบัติตามสัมมัปปะธาน4 หรือสัมมาวายาโมหรือมรรคองค์ที่ 6 คือการละบาปและป้องกันบาปมิให้เกิดขึ้นและเพียรสร้างบุญใหม่และรักษาบุญนั้นให้คงอยู่กับตนต่อไป